“เพราะเหตุไรจะทำไม่ได้ มีเงินหรือไม่ล่ะ?” ประโยคเพื่อตั้งคำถามที่สวนขึ้นมาฟังมองน่าสมน้ำหน้า ในห้องประชุมแห่งหนึ่งเมื่อก่อน ซึ่งประโยคนั้นผู้พูดเจตนาบอกโยนมาใส่ผมตรงๆ
ได้ยินแล้วนำมาซึ่งทัศนคติต่อเงินในมุมหนึ่งว่า โหวกเหวกก็ใช้เงินนั้นมันมองไม่ได้เรื่องเลย นี่มันสะท้อนความแตกต่างกระจ่าง และก็เงินมันไขปัญหาได้ทุกเรื่องถ้าเช่นนั้นหรือ?
“คุณมีเงินหรือไม่ล่ะ? เอามาสิ สักครู่ผมทำให้มอง” เขายังคงบอก รวมทั้งใช้ประโยคที่ทำให้ผมรู้สึกถูกกวนโมโห หากแม้ในขณะนั้นผมจะอายุไม่มากมาย แม้กระนั้นยังควบคุมสติก้าวหน้า หรือบางทีอาจเนื่องจากเขาอาวุโสกว่ามากมายก็ยังไม่แน่ใจ เช่นไรก็นับว่าโชคดีที่เป็นแบบนั้น ด้วยเหตุว่าต่อไปเขาก็กล่าวต่อจนกระทั่งผมพอเข้าใจได้ว่า คนแก่ท่านนั้นมิได้กำลังกวน แม้กระนั้นต้องการที่จะให้ผมเปลี่ยนแปลงทัศนคติ ก็โชคดีที่ผมผ่านทีท่าของเขามาได้ จนได้แง่คิดบางสิ่งบางอย่างมาจนถึงเดี๋ยวนี้…
การใช้เงินไขปัญหา
ในตอนการคุยในช่วงเวลานั้น ในช่วงเวลาที่ผมกำลังย่นคิ้ว ประโยคต่อๆมา ก็ยังคงเป็นปริศนาเชิงว่า “จริงไหม?” ถ้าหากมีเงิน มันทำหัวข้อนั้นได้ พอที่จะจัดการกับปัญหาได้ เพียงพอมีหลายปริศนาเข้า ก็เลยทำให้ผมได้ทวนว่า ก็จริงนะ ถ้าหากมีเงินมันจัดการกับปัญหาพวกนั้น ด้วยการจัดซื้อ จ้างต่างๆก็แค่จะคุ้มหรือเปล่า ก็ค่อยว่ากัน
เนื่องจากว่าถ้าหากแท้จริงเงินมันแก้ได้ อย่างแรกที่พวกเราควรจะเลิกบอกเป็น “ไม่มีทางเป็นไปได้” หรือ “ทำไม่ได้” ที่มันปิดตายการพยายามคิดขจัดปัญหาของพวกเรานั่นเอง
แน่ๆว่าการใช้เงินบางทีอาจไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ยอดเยี่ยม หรือมันคุ้มไปทุกเรื่องเพราะเหตุว่าบางเรื่องแก้ได้แม้กระนั้นบางทีอาจจำเป็นต้องจ่ายแพงมากมาย ข้อความสำคัญก็คือ ถ้าพวกเรามีทัศนคติแบบตัดเงินออกมาจากแนวทางการเลยเพียงแค่เพราะว่าพวกเราคิดแบบ “คนขาดเงิน” พวกเราจะขาดมุมมอง กระบวนการอะไรบางอย่างไป…
ขอยกตัวอย่างกล้วยๆได้แก่ สมมุติพวกเราเป็นเพียงแต่นิสิตที่ไม่มีรายได้ และก็บ้านไม่มั่งมี จะต้องทำโปรเจคบางสิ่งบางอย่างส่งคุณครู ไอเดียที่คิดได้มีส่วนประกอบส่วนใดส่วนหนึ่งจะต้องใช้ภาพถ่ายว่าคุณขับขี่รถสปอร์ตราคาสูง อย่างแรกที่ชัดพวกเราอาจขาดเงินซื้อรถยนต์สปอร์ต แม้กระทั่งซื้อได้ แค่เพียงเอามาถ่ายภาพอาจไม่คุ้มอย่างมากมาย
หนทางถัดมาก็จะต้องเป็นเช่า.. แต่ว่าฐานะอย่างพวกเรา เช่าก็นับว่าแพงเกินความจำเป็นอยู่ดี แบบนี้ความเป็นไปมิได้ ไหมทำก็จะเริ่มเกิดขึ้น
ซึ่งในช่วงนี้ที่พวกเราอ่านอยู่ พวกเราอาจมีทัศนคติบนความ “เป็นได้” (เพราะเหตุว่าไม่ใช่ปัญหาของพวกเราจริงๆ) พวกเราก็จะคิดได้ว่าใช้แนวทางนั้น แนวทางแบบนี้สิ แม้กระนั้นอันที่จริงหลายๆครั้งเพียงพอพวกเราเห็นว่า “ขาดเงิน” พวกเราก็บางทีอาจ “เลิกล้ม” ความนึกคิดที่จะทำอะไรที่ตรงนั้นไปโดยทันที กรณีนี้ก็จะเป็น ไม่ถ่ายกับรถยนต์สปอร์ตแล้วหลังจากนั้นก็ได้…
เงินขจัดปัญหาได้ แม้กระนั้นหากขาดเงิน…
ในหลายเรื่องสาเหตุบางทีอาจสลับซับซ้อนหรือมี “ขั้นตอน” มากยิ่งกว่าแบบอย่างกล้วยๆที่ผมชูไป ถ้าพวกเราทดลองคิด “แบบมีเงิน” ดูกร ในประมาณว่า ถ้าหากมีจะ ซื้อสิ่งนั้น จะว่าจ้างคนมาทำนี้ ให้เห็นภาพของความน่าจะเป็นไปได้ว่า จะต้องทำยังไงบ้างก็เลยจะเสร็จในหัวข้อนั้นก่อน ต่อไปนี้เมื่อเงินไม่เพียงพอ ไหมคุ้ม ก็เบาๆตัดครั้งละส่วนออก บางสิ่งเช่าแทนซื้อ บางสิ่งบางอย่างยืมแทนเช่า หรือแทนที่จะว่าจ้างคนก็ขอแรงเพื่อนพ้อง แรงพี่น้อง แก้ทีละปัญหา หลายเรื่องมันก็เพียงพอเป็นได้
เพราะว่ามั่นใจว่าถ้าหากพวกเรามีทัศนคติบนความน่าจะเป็นไปได้ก่อน ความนึกคิดก็จะหลั่งไหลมาเรื่อยไม่ยากเลย ราวกับการขาดเงินเช่ารถยนต์สปอร์ต บางบุคคลก็เริ่มคิดได้ว่าตัดต่อภาพถ่ายเอา ถ้าเกิดตัดต่อไม่เป็นหรือกลัวไม่สมจริงสมจัง ก็ว่าจ้างเขา คงจะถูกกว่าเช่ารถยนต์ แล้วถ้าเกิดการว่าจ้างคนตัดต่อให้เหมือนจริงก็ยังแพงไป (เงินอีกแล้ว) ทางออกก็บางทีอาจใช้ความเป็นนิสิตขอความช่วยเหลือเกื้อกูลโชว์รูมดีไหม ไปขอดำเนินการกับผู้ที่เขาให้เช่ารถยนต์ไว้ถ่ายรูปเพื่อแลกเปลี่ยนขณะแอบถ่ายสักนิดก็ได้ไหม..
ที่นึกออกได้น่าฟังพวกเราทดลองคิดบนทางที่เป็นได้ แม้กระนั้นที่สุดแล้วถ้าหัวข้อนั้นมันจำเป็นต้องใช้เงินสิ่งเดียวจริงๆอย่างต่ำก็รู้ว่าจำต้องคิดเงินอีกมากแค่ไหนถึงประเด็นนี้ก็เลยจะเสร็จ รวมทั้งหาวิธีที่ใช้เงินต่ำที่สุดมาแล้ว แต่ว่าไม่ใช่ว่า “ทำไม่ได้” หรือ “ไม่มีทางเป็นไปได้”
หลายๆคนอ่านถึงที่ตรงนี้ก็บางทีอาจมีความคิดว่า ก็ใช่สิ หากพวกเรามีไอเดีย มีความคิดก็จัดการกับปัญหาได้อยู่แล้ว ซึ่งหัวข้อนี้มองดูผิวเผินไม่เชื่อมโยงก็ย่อมเป็นแบบนั้น แต่ว่าในมุมหนึ่ง หลายท่านก็ใช่ว่าจะคิดอะไรแบบ “แตกย่อยปัญหาเป็น” หรือ อยู่บนสภาวะ “หมดกำลังใจ” มองเห็นปัญหาก็ต้องการสรุป จบ หนี ทัศนคติหรือขั้นตอนการคิดกลุ่มนี้ก็เลยสำคัญ ซึ่งแม้กระทั้งพวกเราเองถ้าเกิดกำลังประสบพบปัญหานั้นๆและก็ภาวการณ์ที่ฝืดเคืองการคลังพวกเราก็บางทีอาจไม่ต้องการคิด หมดอารมณ์มาคิดไอเดียประดิษฐ์พวกนั้นเลยก็ได้
เงินแก้ทุกปัญหามิได้ แม้กระนั้น…
ที่แท้เนื้อหานี้มิได้เอ่ยถึงการใช้เงินแก้ไขปัญหาจริงๆแต่ว่าจำต้องเห็นด้วยว่าหากทดลองคิดเล่นๆเงินมันแก้ไขปัญหาได้มากถ้าหากมีพอเพียง แต่ว่าถ้าหากถามคำถามว่าแล้วเงินมันฟาดหัวผู้ใดก็ได้ถ้าเช่นนั้นหรือ? ตอบไม่ต้องคิด มันมิได้อยู่แล้ว แต่ว่าจากที่เขียนมา บางครั้งบางคราวการขาดเงินนี่แหละมันกำลังฟาดหัวพวกเราอยู่ ให้มีทัศนคติเบี่ยงเบน แม้ว่าจะโต้แย้งมิได้ว่า ระบบทุนนิยมมันเป็นต่อบนความแตกต่างที่มีอยู่จริง แม้กระนั้นหากโหวกเหวกขาดเงินก็มีความคิดว่าทำอะไรมิได้ ก็เลยไม่ทำ อันนี้มันก็จำต้องตรองดูดีๆขนาดขาดเงินพวกเรายังถูก “เงิน” กดหัวได้ แล้วเพราะเหตุไรมีเงินจะจัดการกับปัญหามิได้…
ปล.เกิดเรื่องแปลก แม้กระนั้นผมจำไม่ได้เด่นชัดว่าเรื่องราวช่วงต้นเกิดขึ้นที่แห่งไหนกับผู้ใดกันแน่บ้าง สถานะการณ์นึกออกลางๆเพียงว่าเป็นการสัมมนางานบางสิ่ง รวมทั้งผู้พูดอาวุโสกว่าทั้งยังอายุและก็สถานะเวลานี้ (ซึ่งผมดำเนินงานในบรรยากาศอย่างงี้หลายครั้ง) ซึ่งเห็นด้วยว่าคราวแรกที่ได้ยินประโยคนั้นในท่วงท่าอะไรบางอย่างก็สะดุ้งคละเคล้ารำคาญไม่น้อย แต่ว่าท้ายที่สุดเรื่องในห้องประชุมมันก็มีทางออกที่ดีจังๆเมื่อเปลี่ยนแปลงความคิดไปในมุมที่ “เป็นได้” ก่อน